
หลังจากที่ได้ผ่านการเดินทางในเบื้องต้น มาถึงขั้นตอนการผ่านด่าน ตม.ของไทย มีพิธีการผ่านแดน ฝั่งไทยไม่มีปัญหาแต่อย่างใด แต่พอไปฝั่งลาวแค่รั้วกั้นเท่านั้นแหละ ความรู้สึกคึกคะนองด้วยความคิดถึงพี่น้องทางลาว กลับกลายเป็นความหดหู่ หมด"รมณ์ ความรู้สึกในแง่ลบ เกิดขึ้นมากับประเทศเพื่อนบ้านของเราทันที นั่นคือกฎระเบียบเกี่ยวกับการผ่านแดนเพื่อเข้าไปในราชอาณาจักรลาว เกิดมีการเปลี่ยนแปลงไปไม่เหมือนเดิมและดูเหมือนจะเป็นการเปลี่ยนแปลงเพื่อเอาเปรียบพวกเราทุกคน เมื่อก่อนไม่เห็นว่ามันจะยุ่งยากขนาดนี้ และที่สำคัญเจ้าหน้าที่บ้านเมืองมีการพูดจาทำนองข่มขู่อีกต่างหาก ซึ่งความรู้สึกแบบนี้เราเคยเห็นมาแล้วกับเจ้าหน้าที่ของบางประเทศ เราก็เลยเสียความรู้สึกเพราะเคยคิดว่าพี่น้องชาวลาวมีวัฒนธรรมความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่ดีงาม แต่มาวันนี้สงสัยอยู่ใกล้กันก็เลยซึมซับความ...เข้าไปด้วย (เฮ้อ! พี่น้องเอ้ย ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไปก็แล้วกันเด้อ) ผู้รู้ได้รับคำอธิบายจากเจ้าหน้าที่ที่อยู่ที่นั่นว่ากฎระเบียบที่เปลี่ยนไปก็เนื่องจากที่ด่านมีการเปลี่ยนหัวหน้างานใหม่ทุก ๆ 3 เดือน ซึ่งเมื่อมีการเปลี่ยนหัวหน้าใหม่ก็ต้องมีการออกระเบียบกันใหม่ทุกครั้ง แล้วแบบนี้เราจะรู้เหรอว่าระเบียบใหม่ที่ว่ามีการเปลี่ยนแปลงยังงัย ทำไมมันไม่มีกฏระเบียบที่ตายตัวกันซักที (วะ) หรือไม่ถึงกับขนาดที่ว่าตายตัวนั้นก็ได้ แต่ให้มันโอ้โลมปฏิโลมกันได้หน่อย ไม่ใช่แข็งทื่อเป็นสากกะเบือ (นี่เป็นความรู้สึกส่วนตัวนะ แต่บางคนก็รับได้) ตอนนี้ทุกคนในคณะบอกได้คำเดียวว่า เซ็ง และ หมดอารมณ์ ที่จะเข้าไป แต่เพื่องานนะ ถึงจะเซ็งแค่ไหนก็ต้องไป (เพราะหัวหน้าพาไป..แล้วจะบ่นทำไรวะ)
ก็เลยเป็นเหตุให้ต้องมีการเปลี่ยนแผน โดยเช่ารถตู้จากด่านเข้าไป แทนที่จะนำรถเข้าไปเอง เพราะเปรียบเทียบเรื่องราคาแล้วสูสีกัน ได้เวลาคนไทยพลัดถิ่นย้ายของจากรถตู้สู่รถซุกของพนักงานซุกรถ (รับจ้าง) เพราะสัมภาระเยอะเหลือเกิน ต้องใช้รถซุกถึง 2 คัน ก่อนที่เคลื่อนที่มุ่งหน้าไปหารถ hyundai starex ที่มีท้าวสุลิยา เป็นพลขับและไกด์นำทาง

ผลิตภัณฑ์จากป่าที่พอจะหาซื้อได้จากด่านวังเต่า

ท้าวสุลิยาพร้อม Hyundai คู่ชีพ
..........................................................................................
ขอขอบคุณภาพประกอบบทความ โดยชมรม ICT572
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น